สมเด็จโตกับพระพุทธศาสนา

          สมเด็จโตกับพระพุทธศานา สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นอกจากทรงศึกษาพระธรรมวินัยแล้ว ยังศึกษาวิปัสสนาสมาธิ แล้วมุ่งมั่นการสืบต่อพระพุทธศาสนา ท่านจึงได้สร้างพระเครื่องหรือพระสมเด็จไว้เป็นจำนวนมากมาย และยังได้สร้างพระพุทธรูปองค์โต ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าปางต่างๆ ไว้ในหลายสถานที่ เช่น

          1. พระพุทธรูปปางนั่งสมาธิ วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ซึ่งชำรุดพังทลายลงจาการก่อสร้างโบสถ์และวิหารในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงให้ช่างหลวงมาออกแบบ และก่อสร้างขึ้นมาใหม่ โดยยังคงเป็นพระองค์โต พุทธลักษณะงดงาม พระราชทานนามว่า “พระมหาพุทธพิมพ์”

          2. พระปางอุ้มบาตร วัดกลางคลองข่อย ตำบลคลองข่อย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สมเด็จโตสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2390 เป็นวัดที่สมเด็จโตเคยมาจำพรรษา และศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน

          3. พระพุทธไสยาสน์ วัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2413 ก่อนท่านมรณภาพ 3 ปี ริมแม่น้ำป่าสัก ณ บ้านที่ถือกำเนิด

          4. พระพุทธรูปปางมารวิชัย วัดพิตเพียน (วัดกุฎีทองปัจจุบัน) ตำบลพิตเพียน อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมเด็จโตสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2393 หน้าตักกว้าง 4 วา 8 ศอก นั่งหันหน้าไปทางแม่น้ำลพบุรี วัดแห่งนี้ท่านได้ศึกษาทางด้านเมตตามหานิยมญาณวิเศษเหนือคนธรรมดา การศึกษาภาษาพระบาลี คัมภีร์มูลกัจจายนะ การเขียนจารอักขระต่างๆ กับพระอาจารย์ เจ้าอาวาสแห่งสำนักสงฆ์พิตเพียน จึงได้สร้างพระใหญ่เป็นที่ระลึกเพื่อเป็นอนุสรณ์ ว่าท่านได้มาศึกษาเล่าเรียนที่นี่

          5. พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร วัดอินทรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นการสร้างปูชนียวัตถุครั้งสุดท้าย ที่สำคัญของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมื่อปี พ.ศ. 2410 ท่านได้เป็นประธานสร้างพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรองค์นี้ ทว่าการก่อสร้างยังไม่ทันสำเร็จ ขณะนั้นก่อองค์พระได้ถึงพระนาภี (สดือ) ท่านได้มรณภาพบนศาลาเก่าวัดบางขุนพรหมใน (วัดอินทรรามในปัจจุบัน)

          นอกจากสร้างศาสนวัตถุต่างๆ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาแล้ว สมเด็จโตยังได้รจนาบทสวดพระคาถาหลายบท แต่ที่เป็นที่รู้จักนับถือ และศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก คือ “พระคาถาชินบัญชร” ด้วยความเป็นปูชนียบุคคล ที่ทุกคนกล่าวขานถึง “สมเด็จโต” แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม และเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ที่มีความรอบรู้ แตกฉานนพระธรรมวินัย และปริยัติธรรม เป็นเลิศในการเทศนา สติปัญญาหลักแหลม ปฏิญาณโวหารยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยเมตตา กรุณาแก่ผู้ตกยากมีอัธยาศัยมักน้อย สันโดษ ถือปฏิบัติข้อธุดงควัตรทุกประการ ฉันในบาตร ถือผ้าสามผืน ออกธุดงค์ จนวาระสุดท้าย ท่านได้มรณภาพ เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 06.00 น. ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2415 สิริพระชนมายุนับรวม 84 กับ 2 เดือนเศษ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทรงเกิดมาเพื่อพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง ขอเทิดทูลยกคุณบูชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตราบจนสิ้นพุทธันดร

Facebook Comments Box
Share This :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *