การศึกษาพระสมเด็จฯ ทางหลักวิทยาศาสตร์

          การศึกษาทางหลักวิทยาศาสตร์ คือ การศึกษาในส่วนกายภาพ (Physical) ได้แก่ การศึกษาเนื้อหา มวลสาร สีผิว การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติขององค์พระ เมื่อผ่านกาลเวลาเป็นร้อยๆ ปี ลักษณะผลึก “Calcite” หนาบางอยู่ที่ระยะเวลาสร้างมาแล้วกี่ปี หากยาวนานเป็นหลักร้อยๆ ปี จะเกิดผลึกหินปูน หรือ Calcite ซึ่งจะตกผลึกหนาขึ้นตามอายุ และเกิดการงอกซ่อมแซมตัวเองได้ เนื่องจากส่วนผสมหลัก ของพระสมเด็จฯ คือ ปูนเปลือกหอย และปูนเปลือกหอย ก็คือ แร่แคลเซียมคาร์บอเนตนั่นเอง มีทั้งเผา และไม่เผา ธรรมชาติ แคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน ก็จะเกิดใหม่และเปลี่ยนไปเป็น แคลไซต์ นี่คือวงจรชีวิตของแร่คาร์บอเนต วิทยาศาสตร์จึงสามารถประมาณยุคของพระสมเด็จได้

         เนื้อมวลสาร และผิววรรณะ (Mixture and Color) พระสมเด็จวัดระฆังฯ เป็นการศึกษารายละเอียดของเนื้อหรือมวลสารหลัก และส่วนผสมสําคัญ รวมทั้งการศึกษาลักษณะสีผิวหรือวรรณะที่ปรากฏในองค์พระที่สามารถมองเห็นได้ มวลสารหลักได้แก่ ปูนขาว จากเปลือกหอยเผา ผงพุทธคุณทั้ง 5 (ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห ผงมหาราช ผงพุทธคุณ) ผงว่านต่างๆ ผงข้าวสุก ผงเกสร ผงตะไคร์ใบเสมา ผงชานหมาก ผงใบลาน ผงดินสอเหลือง ผงเหล็กไหล ผงตะไบเงิน ตะใบทอง ฯลฯ ลักษณะอ่อนแก่ แตกต่างกันไปตามส่วนผสมของน้ํามัน ประสาน ได้แก่ น้ําอ้อยเคียว น้ําผึ้ง น้ํามัน ตังอิ้ว กล้วยสุก ยางไม้ต่างๆ หรือการลงรักปิดทองเป็นต้น เมื่อนําส่วนผสมต่างๆ มาคลุกเคล้ากัน และพิมพ์เป็นองค์พระออกมาแล้ว จะได้ลักษณะของเนื้อพระที่แตกต่างกันไปในแต่ละคราว ซึ่งมัก เรียกกันว่า หลายพิมพ์หลายเนื้อ นั่นเอง จากการศึกษาลักษณะเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง จําแนกออก เป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้

  1. พระเนื้อละเอียด คือ เนื้อแน่นละเอียด แกร่ง ไม่ค่อยมีมวลสาร เนื่องจากถูกตําหรือบดจน ละเอียด ได้แก่ พระประเภท เนื้อโกเด เนื้อปูนเพชร หรือปูนแกร่ง สีขาวนมข้น ขาวงาช้าง สีเขียว ก้านมะลิ เป็นต้น ซึ่งพระประเภทนี้มักจะสมบูรณ์ สวยงาม คมชัด โดยเฉพาะพระที่ไม่ผ่านการล้างมา ก่อนจะมีคราบน้ําปูนปรากฏชัดเจน คราบน้ําปูน เกิดจากกระบวนการกดเนื้อพระลงแม่พิมพ์ เนื้อพระ แห้งค่อยๆ เซทตัวไล่น้ําออกทางผิวหน้าพระระเหิดหายไป จึงปรากฎคราบฝ้าขาวๆ บางองค์ ผิวหน้าพระ (Surface) ขรุขระคล้ายหนังปลากระเบน ตรงนี้สามารถใช้เป็นจุดพิจารณาพระแท้ได้ เหมือนกัน
  2. พระเนื้อปานกลาง คือ มีมวลสารให้เห็นบ้าง เนื้อมีลักษณะ หนึกนุ่ม มีรอยร้าวหรือแตกราน คล้ายรากผักชี โมเลกุลในการจับตัวไม่แน่น เนื้อข้าวสุกจะออกใสๆ คล้ายแก้ว แต่มีมวลสารให้เห็น จัด เป็นเนื้อนิยม ผิวค่อนข้างฟู สีออกขาวอมเหลือง ดูง่าย และเหมาะกับมือใหม่ใช้เป็นแนวทางการศึกษา
  3. พระเนื้อหยาบ คือ เนื้อที่เรียกว่า “กระยาสารท” แก่เม็ดมวลสาร จับเป็นก้อนๆ มีความห่าง ตัวของเนื้อพระอย่างเห็นได้ชัดเจน ลักษณะเนื้อเหมือนจะไม่ค่อยเข้ากัน เห็นเนื้อพระเป็นจุดๆ ดูแล้วก็ สวยงาม มีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่ง

วิธีดูธรรมชาติความเก่าของพระสมเด็จมี 2 กรณีดังนี้

  1. ธรรมชาติความเก่าพระใช้ จะเป็นลักษณะดูแล้วเนื้อหนึกนุ่ม เนื่องจากผ่านการสัมผัส
  2. ธรรมชาติความเก่าพระเก็บ จะเป็นลักษณะดูแล้วเนื้อหนึกแกร่ง เนื่องจากเก่าเก็บรักษาเป็น เวลานาน

ทั้งสองกรณีนี้จะมีลักษณะ ยุบ แยก ย่น หด เที่ยว แห้ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา : หนังสือจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง หนังสือประกอบการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาพระเครื่องพระสมเด็จ (โต พรหมรังสี) สถาบันการศึกษาทางไกล สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์พระเครื่องบารมีสมเด็จโต (อมตะสยาม)

Facebook Comments Box
Share This :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *