เบญจภาคีพระกรุเนื้อชิน

 

เบญจภาคีเนื้อชิน

            พระยอดขุนพลมีการจัดสร้างมาแต่โบราณกาลทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา มาจนถึงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีหลากหลายเนื้อ ทั้งเนื้อดิน เนื้อชิน และเนื้อสัมฤทธิ์ โดยเชื่อกันว่าทรงพุทธคุณเป็นเลิศในด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี กาลต่อมา ปรากฏพุทธคุณเป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งพระบางประเภทยังถูกผูกเข้ากับตำนานวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงส่งผลให้ “พระยอดขุนพล”เป็นพระที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยเฉพาะในหมู่ข้าราชการทหารตำรวจทั้งหลาย

พระยอดขุนพลกรุเก่าที่ขึ้นชื่อลือชานั้นมีมากมาย โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งนับเป็นพระพิมพ์ยุคต้นๆ เช่นที่ กรุวัดไก่ และ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการพบในกรุอื่นๆ อีก อาทิ กรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา,กรุเสมาสามชั้น จ.เพชรบุรี หรือ กรุชากังราว จ.กำแพงเพชร เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังต้องลงลึกไปถึงองค์พระแต่ละพิมพ์แต่ละกรุอีกด้วย

ในราวปี พ.ศ.2497ที่ “ท่านตรียัมปวาย”ได้ริเริ่มมีการจัดลำดับ “เบญจภาคีของพระเครื่อง”แต่ละชุดเอาไว้ รวมทั้ง “ชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพลเนื้อชิน”ซึ่งถือเป็นพระยอดขุนพลตระกูลเหนียว คือ มีพุทธคุณโดดเด่นเป็นเลิศในด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และมหาอุด อันประกอบด้วย พระร่วงรางปืน, พระหูยาน, พระท่ากระดาน, พระชินราชใบเสมา และ พระมเหศวร โดยจะสังเกตได้ว่า พระแต่ละองค์นั้นจะมีพุทธลักษณะอันสง่างาม เข้มขลัง น่าเกรงขาม สมเป็น “ยอดขุนพล” ทั้งสิ้น

ชุดเบญจภาคีพระกรุเนื้อชิน ประกอบด้วย :

๑. พระหูยาน (อายุประมาณ​ ๗๐๐​ ปี) กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี

๒. พระร่วงหลังรางปืน (อายุประมาณ​ ๗๐๐​ ปี) กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุโขทัย

๓. พระท่ากระดาน (อายุประมาณ​ ๕๐๐​ ปี) กรุศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

๔. พระมเหศวร (อายุประมาณ​ ๗๐๐​ ปี) กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี

๕. พระพุทธชินราชใบเสมา (อายุประมาณ​ ๗๐๐​ ปี) กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก

พระหูยานจ.ลพบุรี พระกรุเก่ายอดนิยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองละโว้ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ พระกรรณยาวจดพระอังสา จึงนำมาขนานนามองค์พระ และมีการค้นพบ ณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี เป็นหลัก จึงเรียกกันว่า “พระหูยาน ลพบุรี” ซึ่งมีทั้งกรุเก่าและกรุใหม่ นอกจากนี้ยังมีปรากฏในอีกหลายกรุหลายจังหวัด

พระร่วงหลังรางปืน จ.สุโขทัย พระกรุที่มีเอกลักษณ์ประจำ คือ “หลังรางปืน” และได้รับการยกย่องให้เป็น “จักรพรรดิแห่งพระยอดขุนพลเนื้อชิน” ด้วยพุทธศิลป์ที่อ่อนช้อยงดงามแต่แฝงด้วยความเข้มขลัง กอปรกับพุทธคุณเป็นเลิศเป็นที่ประจักษ์ มีการขุดพบบริเวณหน้าพระปรางค์องค์ใหญ่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพียงแห่งเดียว และมีจำนวนน้อยมากๆ

พระท่ากระดานกรุศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พระกรุเก่าที่มีพุทธศิลปะแบบอู่ทองบริสุทธิ์ที่อันงดงาม พระพักตร์เคร่งขรึมน่าเกรงขาม สมัยก่อนเรียกขานกันว่า “พระเกศบิด ตาแดง” ตามพุทธลักษณะเฉพาะ มีการขุดค้นพบที่ วัดเหนือ วัดกลาง วัดล่าง และบริเวณถ้ำลั่นทม ด้วยต่างเวลาต่างกรุจึงได้แบ่งแยกเป็นพระกรุเก่าและพระกรุใหม่

พระมเหศวรจ.สุพรรณบุรี พระกรุที่มีพุทธลักษณะแปลกแตกต่างพิมพ์หนึ่งของเมืองไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของโบราณจารย์ในอดีต ที่แก้ปัญหาพระเนื้อชินที่ส่วนพระศอมักจะบอบบาง โดยรังสรรค์องค์พระเป็นสองหน้าและให้พระศอสวนทางกัน จึงกลายมาเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นขององค์พระ มีการค้นพบที่กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

พระพุทธชินราชใบเสมาจ.พิษณุโลก พุทธศิลปะและพิมพ์ทรงขององค์พระน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากพระตระกูล “ยอดขุนพล” ในศิลปะลพบุรี และน่าจะสร้างขึ้นพร้อมหรือไล่เลี่ยกันกับการสร้างพระปรางค์ประธานของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ “วัดใหญ่” โดยจำลองแบบมาจากพระพุทธชินราช พระประธานในพระอุโบสถ ส่วนคำว่า “ใบเสมา” มาจากที่องค์พระมีสัณฐานเหมือนใบเสมาโบราณ

ชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพลเนื้อชินนี้นับเป็น “สุดยอดแห่งตำนานพระยอดขุนพล” เป็นยอดปรารถนา ค่านิยมจึงสูงเอามากๆ และหาของแท้ยากยิ่งนัก

Facebook Comments Box
Share This :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *