พระแท้ 100% แท้อย่างไร? ดูอย่างไร?

บทพิสูจน์พระสมเด็จฯ ตามหลักวิทยาศาสตร์

          พระสมเด็จฯ เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เนื่องจากโครงสร้างหลักของพระสมเด็จฯ นั้น ทำมาจากปูนเปลือกหอยหรือหินปูนเป็นหลัก โดยการนำเปลือกหอยมาเผาไฟ แล้วนำมาตำหรือบดให้ละเอียด เปลือกหอยเผาสุก จะเป็นสีขาวหรือปูนขาวนั่นเอง ปูนขาว หรือหินปูน ประกอบด้วย Cao 56% + Co2 44% = CaCo3 มาดูกันว่าคืออะไร

          Cao คือ แคลเซียมออกไซด์ Co2 คือ คาร์บอนไดออกไซด์ CaCo3 คือ แคลเซียมคาร์บอเนต จาก แคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อผ่านการเวลาที่ยาวนานก็จะเปลี่ยนไปเป็นแคลไซต์ (Calcite) และ Calcite เป็นกลุ่มแร่ที่เสถียรที่สุดในกลุ่มแร่คาร์บอเนต เมื่อเราใช้กล้องขยายกำลังสูง หรือกล้องจุลทัศน์ ก็จะเห็นได้ว่า มีความมันวาว เป็นผลึกซ้อนๆ กัน หนาหรือบาง ขึ้นอยู่ที่อายุ เกิดการทำปฏิกิริยาทางเคมี ผิวพระสมเด็จจึงเป็นมันวาวสีรุ้ง

          และเมื่อใช้นำยาทางเคมี หยดลงไปที่ผิวพระสมเด็จ ที่มีอายุการสร้างเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ก็จะเกิดฟอง และฟองเหล่านี้ก็คือ ฟองคาร์บอนไดออกไซด์นั่นเอง หากฟองค่อยๆ โตขึ้น นั้นหมายถึง พระมีอายุเป็นหลักร้อยปี

          การฉายรังสีและการศึกษาสัญญาณอิเล็กตรอนสปินเรโซแนนซ์ (ESP) หาอายุแคลไซต์จากธรรมชาติได้ เป็นผลงานของคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี แผนกวิชาฟิสิกส์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ให้ความรู้เรื่องแร่แคลไซต์ ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของแร่แคลเซียมคาร์บอเนต และแร่แคลไซต์

          พระสมเด็จทั้งสามวัด ที่สร้างและปลุกเสกโดยสมเด็จโตนั้น สามารถตรวจสอบอายุได้ เพียงแต่ทำความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของพระที่ผ่านกาลเวลาจริงๆ กับพระที่ใช้ความร้อนอบให้แห้ง หรือพระที่ทำให้เก่าด้วยกรรมวิธีต่างๆ ให้ละเอียดถี่ถ้วน ก็จะสามารถเข้าใจตามความเป็นจริง

เพิ่มเติม

ที่มา : หนังสือจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง หนังสือประกอบการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาพระเครื่องพระสมเด็จ (โต พรหมรังสี) สถาบันการศึกษาทางไกล สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์พระเครื่องบารมีสมเด็จโต (อมตะสยาม)

Share This :